เรื่องน่ารู้ “ว่านหางจรเข้”

 รู้ไหมว่า ว่านหางจระเข้ ต้นไม้ที่มีสรรพคุณมากมายที่คนคงคุ้นเคยกันดีอย่างเช่นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวด้วยสารจาก ว่านหางจระเข้ ต้นไม้ชนิดนี้นอกจากจะมีประโยชน์ทางการแพทย์แล้วยังสามารถปลูกเป็นไม้ประดับตกแต่งบ้านได้ด้วย สำหรับคนที่สนใจมองหาไม้ประดับที่มีประโยชน์ในตัว ลองมาทำความรู้จักกันก่อนว่า ว่านหางจระเข้มีลักษณะอย่างไร มีกี่ชนิด ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณอะไรบ้าง และการปลูกต้องทำอย่างไร

ว่านหางจระเข้ ต้นไม้สารพัดประโยชน์ที่ควรปลูกไว้ที่บ้าน

          ต้น ว่านหางจระเข้ มีต้นกำเนิดมาจากการเป็นพืชที่ขึ้นในเขตร้อน ปัจจุบันได้ถูกนำมาปลูกในยุโรปและเอเชีย และใช้ในการเกษตรและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ นอกจากนี้ก็ยังมีการใช้ปลูกเป็นไม้ประดับในกระถางด้วย

. . . . . . . . . .

ลักษณะทั่วไป

          ต้น ว่านหางจระเข้ เป็นพืชอวบน้ำชนิดหนึ่ง มีลำต้นสั้นหรือไม่มีลำต้น ลักษณะเด่นจะอยู่ที่ใบ คือ ใบเป็นใบเดี่ยว สูงประมาณ 10-100 เซนติเมตร ใบจะเรียงซ้อนเป็นกอ ออกเรียงเวียนรอบต้น ใบมีลักษณะโคนใบกว้างส่วนปลายใบแหลมคล้ายกับเข็ม ด้านบนของใบจะแบน ด้านหลังใบ โค้งนูน ขอบใบเป็นหนามแหลมขึ้นห่างกัน เนื้อใบหนามีสีเขียว อาจมีจุดลายสีเขียวอ่อน เนื้อในของใบมีน้ำเมือกเหนียวเป็นวุ้นใสสีเขียวอ่อน เมื่อกรีดลงบนโคนใบจะมีน้ำยางสีเหลืองใสไหลออกมา

          ดอกจะมีลักษณะเป็นช่อตั้งยาวขึ้นมา ความยาว 60-90 เซนติเมตร ออกจะแทงขึ้นมาจากกลางต้น ก้านดอกจะยาว ตัวดอกจะมีลักษณะเรียวยาวรูปแตรห้อยลงมา โคนกลีบเชื่อมกัน กลีบดอกจะมีสีแตกต่างกัน เช่น มีสีแดง เหลือง และขาว เป็นต้น โดยจะผลิดอกในช่วงฤดูหนาว ส่วนผลจะเป็นผลแห้ง แตกได้ รูปกระสวย


การดูแลว่านหางจระเข้

 ต้น ว่านหางจระเข้ ต้องการการดูแลที่น้อยมาก มีเพียงแค่ไม่กี่สิ่งที่ต้องคำนึงถึง ได้แก่

  • การรดน้ำ

            สิ่งสำคัญที่สุดของการดูแลต้นไม้ชนิดนี้คือการ รดน้ำให้เหมาะสม ดินควรจะแห้งสนิทก่อนแล้วค่อยรดน้ำครั้งต่อไป การรดน้ำควรรดให้ดินเปียกชุ่มทั้งหมดแล้วปล่อยให้น้ำไหลออกจากดิน การรดน้ำมากเกินไป หรือถี่เกินไป จะทำให้ดินชุ่มชื้นอยู่นาน จะทำให้รากเน่าได้ เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้น ว่านหางจระเข้ ตาย ควรรดน้ำทุก 2 สัปดาห์ หรือปล่อยให้ดินด้านบนประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของดินทั้งหมดให้แห้งก่อนแล้วค่อยรดน้ำ เช่น กระถางใส่ดินลึก 6 นิ้ว ควรปล่อยให้ดิน 2 นิ้วที่อยู่ด้านบนแห้งก่อน เช็คโดยการใช้นิ้วจิ้มลงไปในดิน 

  • การใส่ปุ๋ย

          ต้นไม้ชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ย แต่ถ้าอยากใส่ก็สามารถใส่ปุ๋ยได้บ้าง ไม่ถี่เกินกว่า 1 ครั้งต่อเดือน

สรรพคุณของว่านหางจระเข้

ต้น ว่านหางจระเข้ นอกจากจะใช้ประโยชน์เป็นไม้ประดับช่วยตกแต่งบ้านได้แล้ว ยังมีสรรพคุณในทางการรักษาอีกมากมายด้วย โดยในส่วนใบและวุ้นในใบมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความแก่ชรา ลดโรคเสื่อมถอยของการทำงานหรือโครงสร้างของเนื้อเยื่อหรืออวัยวะ มีสารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคและเชื้อแบคทีเรีย ลดการอักเสบ ช่วยสมานแผล ยับยั้งการเจริญของเนื้องอก และช่วยการเติบโตของแบคทีเรียดีในร่างกาย ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ทางด้านการแพทย์ โดยใช้เป็นยารักษาบาดแผลภายนอก และใช้รับประทานรักษาโรคบางโรคได้ด้วย

1. ยาทาภายนอก

          ส่วนที่ใช้เป็นยาทาภายนอกคือ ส่วนวุ้นจากใบ โดยต้องเก็บตอนต้นมีอายุ 1 ปี วุ้นจะให้ความรู้สึกเย็น ก่อนใช้ต้องล้างด้วยน้ำสะอาดเพื่อเอายางสีเหลืองออกให้หมดก่อน

  • รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ใช้วุ้นสดทา หรือแปะลงไปที่แผลอยู่ตลอดใน 2 วันแรก ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน และช่วยทำให้แผลหายอย่างรวดเร็ว และอาจช่วยลดรอยแผลเป็นที่จะเกิดได้
  • ผิวไหม้จากแดด ใช้ทาก่อนออกแดดเพื่อป้องกันการถูกแดดเผา โดยใช้ใบสดทา แต่อาจทำให้ผิวแห้งได้ อาจทาผสมกับน้ำมันพืช หรือโลชั่น ทาเพื่อรักษาผิวหนังไหม้จากแดด โดยทาจากใบสด ช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังลงได้
  • แผลจากของมีคม แผลถลอก ใช้วุ้นจากใบแปะแผลให้มิดแล้วใช้ผ้าปิด หยอดน้ำเมือกลงบนแผลให้เปียกอยู่เสมอ ช่วยลดอาการเจ็บได้ และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
  • รักษาริดสีดวงทวาร ใช้ ว่านหางจระเข้ ปอกเปลือกส่วนนอกของใบแล้วเหลาให้เป็นปลายแหลมเล็กน้อย แล้วใช้เหน็บที่ช่องทวารหนัก เมื่อบรรเทาอาการปวดและอาการคันได้ อาจนำไปแช่ตู้เย็นหรือแช่น้ำแข็งให้แข็งจะทำให้สอดได้ง่ายขึ้น
  • แก้ปวดศีรษะ ตัดใบว่านสด แล้วทาปูนแดง นำมาปิดที่ขมับช่วยแก้ปวดศีรษะได้
  • รักษาช่องปากอักเสบ โดยใช้วุ้นปิดที่แผลในปาก และสามารถบ้วนปากด้วยน้ำ ว่านหางจระเข้ ได้ โดยการตัดใบขนาด 3-4 เซนติเมตร เอาหนามออก ลวกด้วยน้ำร้อน แล้วบดให้ละเอียด นำมาผสมน้ำให้เจือจาง 4-5 เท่า แล้วใช้บ้วนปาก ควรอมไว้ในปากสักพักก่อนบ้วน 
  • รักษาโรคฮ่องกงฟุต ผิวหนังที่มือและเท้าติดเชื้อรา ทาวุ้นจากใบในบริเวณที่เป็น โดยทาหลังอาบน้ำ ช่วยลดอาการคันและช่วยฆ่าเชื้อได้
  • ใช้บำรุงเส้นผม ช่วยให้ผมดก เป็นเงางาม เส้นผมสลวย และลดการเกิดรังแค โดยการชโลมวุ้นผสมน้ำลงบนศีรษะ หรืออาจผสมกับน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ด้วยก็ได้
  • รักษาผิวเป็นจุดด่างดำ ใช้วุ้นทาวันละ 2 ครั้งหลังจากทำความสะอาดผิว อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อยกว่าจุดด่างดำจะจาง
  • รักษาสิว ลดรอยฝ้าและจุดด่างดำบนใบหน้า ยับยั้งการติดเชื้อ และลดความมันบนใบหน้า โดยใช้วุ้นทาที่ใบหน้า หรือใช้เนื้อวุ้น ผสมไข่ขาว และน้ำผึ้ง แล้วทาทิ้งไว้บนใบหน้า 15 นาทีแล้วล้างออก
  • บำรุงริมฝีปาก ลดอาการเจ็บปวดจากการปากแตก และใช้ทาเพิ่มความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากที่แห้ง

2. ยารับประทาน

  • ยาถ่าย โดยใช้น้ำยางสีเหลืองของ ว่านหางจระเข้ ที่จะไหลออกมาระหว่างผิวนอกของใบกับตัววุ้นภายใน นำมาทำยาที่มีชื่อเรียกว่า ยาดำ ซึ่งน้ำยางนี้จะมีสารที่มีฤทธิ์ในการขับถ่าย โดยเลือก ว่านหางจระเข้ ที่มีอายุ 9 เดือนขึ้นไปจะให้น้ำยางมาก ตัดตรงโคนใบให้เป็นรูปสามเหลี่ยมและปล่อยให้น้ำยางไหลลงในภาชนะ นำน้ำยางที่ได้ไปเคี่ยวให้ข้น แล้วเทลงในพิมพ์ ตั้งทิ้งไว้ให้แข็งเป็นก้อน ตัวยาที่ได้จะมีลักษณะสีแดงน้ำตาลจนถึงดำ แข็ง เปราะ ผิวมัน มีรสขม ขนาดยาที่ใช้รับประทานเป็นยาถ่าย คือ 250 มิลลิกรัม หรือขนาดประมาณ 1-2 เม็ดถั่วเขียว
  • แก้โรคกระเพาะและลำไส้อักเสบ โดยการรับประทานวุ้นในใบ ครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 ครั้ง
  • แก้อาการปวดตามข้อ ดื่มน้ำ ว่านหางจระเข้ หรือรับประทานวุ้น ครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ วันละ 2-3 ครั้ง อาการปวดตามข้อจะดีขึ้น อาจต้องกินติดต่อกัน 2 เดือนขึ้นไป
  • รักษาโรคตับ ดื่มน้ำ ว่านหางจระเข้ หรือรับประทานสด ๆ เลย ควบคู่กับการรักษาจะช่วยให้ตับฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

          การเก็บใบ ว่านหางจระเข้ มาใช้นั้น ควรเก็บใบที่โตเต็มที่แล้ว โดยเลือกใบหนา ๆ ที่อยู่ด้านนอกก่อน เลือกใบที่ดูดี แข็งแรง ไม่เป็นโรค โดยตัดใบให้ใกล้กับราก เนื่องจากสารที่มีประโยชน์ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณโคนของใบ อย่าตัดโดนราก นำใบมาล้างให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ใช้มีดเล็มหนามออกก่อน แล้วค่อยตัดใบและตัดเอาวุ้นออกมา ปล่อยน้ำยางสีเหลืองให้ไหลทิ้งไป หากต้องการใช้น้ำยางก็หาภาชนะมารองเก็บไว้ได้

แนะนำบทความเพิ่มเติม

: แจก วิธีการปลูกต้นหอม แบบง่ายๆ โตเร็ว

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.