4 Tips เลือกสายพันธุ์กระบองเพชรให้เหมาะกับตัวเอง

หากพูดถึงกระบองเพชรทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะเป็นต้นไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่รู้หรือไม่? ว่ากระบองเพชรนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์และมีวิธีการดูแลที่ต่างกัน วันนี้เราจึงมี 4 Tips เลือกสายพันธุ์กระบองเพชรมาฝากเพื่อนๆ กันค่ะ

1. สถานที่ปลูก

เพื่อนๆ แต่ละคนย่อมมีสถานที่ปลูกที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น บริเวณระเบียง ภายในอาคาร และบริเวณกลางแจ้ง ซึ่งแน่นอนว่าแสงแดดในแต่ละสถานที่นั้นย่อมมีความแตกต่างกันออกไป ฉะนั้นการเลือกสายพันธุ์กระบองเพชรก็ต้องมีความต่างด้วยเช่นกัน เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีนั้นเอง
 
– บริเวณระเบียง มักเป็นส่วนที่ได้รับแสงแดดร่ำไร ซึ่งอาจจะเลือกปลูก แอสโตรไฟตัม และ ปราสาทนางฟ้า ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ไม่ชอบแดดจัด แต่ควรได้รับแสงแดดในช่วงเช้า
 
– ภายในอาคารหรือโต๊ะทำงาน ควรเลือกจุดที่แสงส่องผ่านอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง เช่น บริเวณกระจกของอาคาร เพราะกระบองเพชรเป็นต้นไม้ที่ต้องการแสงแดด โดยส่วนใหญ่นิยมปลูก ยิมโนคาไลเซียม ซึ่งดูแลง่ายและทน
 
ทั้งนี้หากเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงแดดเลย ไม่แนะนำให้ปลูก เนื่องจากสถานที่ไม่เหมาะ และส่งผลทำให้กระบองเพชรตายได้
 
– บริเวณกลางแจ้ง ที่ถูกใจเหล่ากระบองเพชรกันอย่างแน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูสภาพแวดล้อมเป็นหลัก หากโดนแดดตลอดทั้งวัน ช่วงเช้าและบ่าย ควรรดน้ำ 2-3 วันครั้ง หรือดูดินในกระถางเป็นหลัก เมื่อดินแห้งก็รด
 
หากทำเป็นโรงเรือนได้ก็จะดี เพื่อป้องกันช่วงฝนตก เพราะเราสามารถกำหนดปริมาณการรดน้ำไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไปได้นั้นเอง โดยสกุลที่ชอบแสงแดดจะมี แมมมิลาเรีย  เอคิโนแคคตัส และโอพันเทีย เป็นต้น

2. เวลาในการดูแล

ต้นไม้ทุกต้นย่อมต้องการการดูแลใส่ใจ กระบองเพชรก็เช่นกัน อีกทั้งยังต้องการน้ำเหมือนต้นไม้อื่นๆ เพียงแค่มาก-น้อยแตกต่างกัน ซึ่งหากกระบองเพชรได้รับแต่แสงแดดโดยที่ไม่ได้รับน้ำที่เหมาะสม ก็ส่งผลทำให้เหี่ยวและตายได้ หรือหากรดน้ำมากเกินไปก็อาจเน่าได้เช่นกัน

โดยกระบองเพชรส่วนใหญ่มักจะรดน้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือ รดเมื่อดินแห้ง แต่พันธุ์ที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือสกุล แมมมิลาเรีย ควรระวังเรื่องความชื้นอย่าปล่อยให้ดินชื้นหรือเปียกติดต่อกันหลายวันเพราะอาจทำให้เน่าตายได้

3. ลักษณะที่ชื่นชอบ

แต่ละสายพันธุ์ย่อมมีรูปลักษณ์และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการเลือกซื้อก็มักจะเน้นในเรื่องของความชอบเป็นหลัก อาทิ
 
– เน้นดอกสวยงาม ที่นิยมปลูกกันจะเป็น โลบิเวีย อิชินอป  ซึ่งดอกนั้นก็มีหลากหลายโทนสีไม่ว่าจะเป็น สีขาว ชมพู เหลือง ส้ม แดง เป็นต้น
 
– เน้นความน่ารัก เราขอยกให้สกุลแมมมิลลาเรียเลย ซึ่งแต่ละพันธุ์ก็มีความน่ารักที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น แมมมิลลาเรียขนนก, แมมมิลลาเรียนกฮูก, แมมมิลลาเรียหนามแดง เป็นต้น
 
– เน้นรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ สกุลแอสโตรไฟตัมก็น่าสนใจไม่น้อย ลักษณะเด่นจะหัวกลม ไม่มีหนาม และบางพันธุ์ก็เด่นในเรื่องของลวดลาย หรือจะเป็นโอพันเทียก็น่ารักไปอีกแบบ ด้วยรูปทรงคล้ายหูกระต่าย จนทำให้ส่วนใหญ่เรียกกันว่าต้นหูกระต่ายนั้นเอง

4. จุดประสงค์ในการเลี้ยง

ส่วนใหญ่แล้วมักเลี้ยงเพื่อความสวยงาม โดยเน้นราคาที่ไม่สูงมาก ตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลักร้อย ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ให้ได้เลือกซื้อกัน ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบว่าต้องการต้นที่เน้นดอก หรือเน้นความน่ารักอย่างที่ได้กล่าวไว้ในข้างต้น
 
แต่หากเน้นสะสมหรือทำกำไร ส่วนใหญ่จะมีราคาค่อนข้างสูง เนื่องจากมีสีสันหรือรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร หากอนาคตเลี้ยงได้สวยหรือเข้าเกณฑ์ก็จะยิ่งมีราคาที่สูงมากขึ้น สามารถทำกำไรได้มาก โดยพันธุ์ที่นิยมกันจะเป็น ยิมโนด่าง แอสโตรไฟตัมวี เป็นต้น

แนะนำบทความเพิ่มเติม

: กระบองเพชร รากเสีย รากตาย แก้ได้ง่ายๆ ได้รากใหม่ ต้นกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม

Related Posts

Leave a Reply

Your email address will not be published.